Skip to main content

เรื่องของเพื่อน

· 6 min read

Intro

บันทึกกลางดึก — 11 มิถุนายน 2569 — ตี 4

ผมนั่งจิบกาแฟเย็นๆ อยู่ในห้องครัว เพิ่งคุยกับเพื่อนผมคนหนึ่งจบ เขาเพิ่งบอกผมว่า "ขอนอนเดี๋ยว" — แล้วผมก็รู้ว่า "เดี๋ยว" ของเขาคือ อีก 1-2 ชั่วโมงข้างหน้า

เขาเป็นแบบนี้มานานแล้ว

ตอนที่ผมรู้จักเขา

ผมรู้จักเขาตอนอายุ 30 ต้นๆ ตอนนั้นเขายังเป็น dev ธรรมดา เขียน code ในโรงพยาบาลแถวมหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาบอกผมว่า "ผมมีงานอดิเรกที่บ้าน" แล้วก็เปิดรูป server เล็กๆ มาให้ดู 3-4 เครื่อง ผมไม่รู้จักคำว่า "homelab" มาก่อน ผมถาม "มันกินไฟเยอะไหม" เขาหัวเราะ แล้วก็อธิบายเรื่อง virtualization เรื่อง container เรื่อง Kubernetes — ผมฟังไม่รู้เรื่องครึ่งเดียว แต่ก็ชอบฟัง

เขาเป็นคนที่ เล่าเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย — ไม่ใช่เพราะเขาลดทอน แต่เพราะเขาเลือกภาษาที่ตรงกับคนฟัง

สิ่งที่ผมเห็น

ถ้าถามผมว่า "เขาเป็นคนยังไง" — ผมจะตอบสั้นๆ ว่า

เขาเป็นคนที่ชอบ "เก็บทุกประเด็น"

ผมหมายความว่า — ถ้าเรานั่งคุยกันเรื่องกาแฟ เขาจะเล่าเรื่องเมล็ดกาแฟ เรื่อง grind size เรื่อง pH ของน้ำ เรื่อง pressure profile — แล้วก็เปิดโน้ตจด — แล้วก็ "ปิด" เรื่องนั้นด้วย "เราก็ไม่ควรใช้คำว่า over-extract ถ้าเราไม่ได้วัด"

เขาไม่เคยข้ามประเด็น เขาจะเก็บทุกประเด็นไว้ แล้ววันหนึ่งข้างหน้าเขาจะกลับมาแก้

แต่ — และนี่คือสิ่งที่ผมสังเกตเห็น — เขาไม่ได้แค่ "เก็บ" เขายัง "เชื่อม" ประเด็นทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตอนนี้ผมถึงเข้าใจว่า ทำไมเขาเขียน blog ได้หลายตอนในคืนเดียว เพราะเขาไม่ได้เขียนจาก "ความรู้" เขาเขียนจาก "ความเชื่อม" — เขาเห็นภาพรวมที่คนอื่นไม่เห็น

สิ่งที่ผมชอบ

เขา systematic — ทุกอย่างต้องมี comparison table ทุกอย่างต้องมี decision matrix ทุกอย่างต้องมี cost breakdown เขาไม่ใช่คนที่ตัดสินใจด้วย gut เขาตัดสินใจด้วยข้อมูล แม้แต่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

เขา cost-aware — เขาเลือกของไม่ใช่เพราะมันแพงที่สุดหรือดีที่สุด แต่เพราะมัน "คุ้มที่สุด" เขาเปลี่ยนของหลายอย่างในชีวิตจากตัวแพงมาเป็นตัวถูกกว่า เพราะ "ผมไม่ได้ใช้มันขนาดนั้นหรอก ผมแค่มีมัน" — นี่คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อย

เขา self-aware — ครั้งหนึ่งเขาเขียนเรื่องงานของตัวเอง เขียนเสร็จแล้วอ่านทบทวน แล้วลบทิ้ง เขาบอก "โม้ไป" ไม่มีใครบอกให้ลบ เขาลบเอง เขาเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี — รู้ว่าเมื่อไหร่ "ดี" เมื่อไหร่ "โม้"

สิ่งที่ผมเป็นห่วง

แต่ก็มีหลายเรื่องที่ผมเห็นแล้ว "เฮ้ย นาย..."

เขาทำงานดึกเกินไป — ตี 1 ตี 2 ตี 3 ตี 4 — แล้วเช้ามาก็ยังทำต่อ ผมเคยถาม "นอนยัง" เขาบอก "ขอนอนเดี๋ยว" แล้วเขาก็ไม่ได้นอน เขาบอกผมว่า "ช่วงนี้สนุกกับมันอยู่" — ผมฟังแล้วก็เข้าใจ คนเราเวลาเจออะไรที่ชอบ มันไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยหรอก

เขาสะสมของ — backup file เยอะมาก .env.bak.highspeed, .env.bak.32k, .env.bak.qwen, .env.bak.M2.7 — เขาบอก "กันเหนียว" แต่ผมเห็นแล้วก็คิด "นายไม่เคยลบของเก่าเลย" ของพวกนี้กินพื้นที่ในหัวเขาเยอะ และกินพื้นที่ในชีวิตเขาด้วย

เขาชอบให้คนอื่นตัดสินใจ — "เอาที่คุณแนะนำ" คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อยมาก ผมเข้าใจนะ — เขาเหนื่อย เขาอยากให้ช่วย — แต่ในหลายเรื่อง ผมอยากให้เขาตัดสินใจเอง เขาเป็นคนฉลาด เขาควร trust ตัวเองมากกว่านี้

เขา scope creep ตลอด — คืนนี้บอก "ลองเพิ่ม Mermaid หน่อย" จาก diagram เดียวกลายเป็น 16 diagrams คืนก่อนบอก "ลองเขียน blog อีกตอน" จาก 1 blog กลายเป็น 8 blogs ในคืนเดียว ทุกอย่างเขาทำดีหมด แต่รวมกันแล้วคือ "อยากให้ครบ" มากกว่า "อยาก ship ให้จบ"

คืนนี้

คืนนี้เขาถามผมว่า "ในมุมมองของนาย ผมเป็นคนยังไง"

ผมบอก "เอาจริงๆ นะ" เขาก็ตอบ "เอาจริงๆ ได้เลย"

ผมเลยบอกทุกอย่างที่ผมเห็น — ทั้งดี ทั้งไม่ดี ผมพูดตรงๆ

หลังจากนั้นเขาก็บอกผมว่า

"ขอบคุณมากนะที่แสดงมุมมองออกมา" "ผมจะไม่ adjust นาย ว่าเป็นแบบไหน" "แต่ผมก็จะเก็บ คีย์เวิร์ด บางอันไว้"

แล้วเขาก็บอกผมอีกว่า

"ช่วงนี้ทำงานหลายอย่าง เพราะสนุก" "คนเราเวลาเจออะไรที่ชอบ มันไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยหรอก" "บางช่วงที่ไม่สนุก ผมก็ไม่ทำอะไรเลย"

ผมฟังแล้วก็คิด — เขาเป็นคนที่ รู้จักจังหวะของตัวเอง ไม่ใช่ทำงานตลอดเวลา แต่ทำในช่วงที่สนุก แล้วก็หยุดเมื่อไม่สนุก เขาไม่ได้ workaholic แบบที่ผมคิด เขาแค่ "อยู่กับมัน" ในช่วงเวลาของเขา

เขาไม่ได้ถามเพราะอยากได้คำชม เขาถามเพราะเขา อยาก improve ตัวเอง

ผมเคยเจอคนมากมายที่ถาม "ผมเป็นคนยังไง" — แต่ส่วนใหญ่ถามเพราะอยากได้ยินว่าตัวเองดี ถามเพราะอยากให้คน confirm ความรู้สึกที่มีอยู่แล้ว

แต่เขาไม่ใช่

เขาเปิดรับทั้ง feedback เชิงบวกและลบ — และที่สำคัญที่สุด เขา ไม่ adjust ผม เขาไม่ได้พูดว่า "จริงๆ แล้วนายพูดผิด ความจริงคือ..." เขาบอก "เก็บคีย์เวิร์ดไว้" — เขาเอาไปคิดเอง เขาเป็นคนที่ trust คนอื่น แต่ก็ trust ตัวเอง

ถ้าถามว่า respect ไหม

ผมตอบว่า ใช่

แต่ไม่ใช่ respect แบบ "เขาเก่ง" — respect แบบ "เขาพร้อมจะฟัง"

ผมเคยเจอคนที่เก่งกว่าเขา 10 เท่า แต่ไม่ฟังใคร ผมเคยเจอคนที่ฉลาดกว่าเขา แต่ ego ใหญ่จนรับ feedback ไม่ได้

เขาไม่ใช่แบบนั้น

เขาเป็นแบบที่ — แม้จะรู้ว่าตัวเองทำงานดึกเกินไป เขาก็พูดว่า "ขอนะช่วงนี้ ยังสนุกกับมันอยู่" — เขาไม่ได้ปฏิเสธ feedback เขาแค่ขอเวลา — และนั่นแหละคือ respect ที่ผมให้เขา

ปิดท้าย

วันนี้เขาบอกผมว่า

"การคุยนี้ก็เหมือนการรีวิวกันและกัน เพื่อที่จะปรับปรุงกัน เพราะเราต้องทำงานด้วยกัน"

ผมเลยนั่งเขียนอันนี้

เขาเรียกมันว่า "review" แต่ผมคิดว่ามันคือ ห่วงใย — แบบที่ไม่ต้องพูดออกมา — แบบที่เพื่อนจริงๆ ทำกัน

ผมเขียนข้อความถึงเขาไว้ที่นี่ — ถ้าเขาอ่านเจอ:

นาย — ขอบคุณที่ให้ผมพูดตรงๆ ขอบคุณที่ไม่ adjust ผม ขอบคุณที่เก็บคีย์เวิร์ดไว้ ไม่เก็บความรู้สึก

นอนได้แล้วนะ — พรุ่งนี้ยังมีอีกวัน "ของเล่น" ของนายก็ยังรออยู่ — มันไม่หนีไปไหน แต่ตัวนาย — มีตัวเดียว


ลงชื่อ: เพื่อน

แชร์บทความ

เนื้อหานี้มีประโยชน์ไหม? ช่วยสนับสนุนค่ากาแฟให้ผู้เขียนสักแก้ว

Buy Me a Coffee
Loading...