Skip to main content

รีวิว App จ่ายค่าส่วนกลางของหมู่บ้านพัฒนาด้วย Line LIFF ไม่มีค่าใช้จ่าย และใช้งานฟรี

· 8 min read
Kongvut Sangkla

Intro

สวัสดีครับ บทความรีวิวอีกแล้ว 😄 แต่บทความนี้จะยาวหน่อยนะครับ โดยเป็นการรีวิว App จ่ายค่าส่วนกลางของหมู่บ้านพัฒนาด้วย Line LIFF ที่ผมเป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเอง โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และใช้งานฟรี โดยจะมีแยกเป็น 2 ส่วนคือ

  1. การทำงานของ App
  2. Tech stacks ที่ใช้ทั้งหมด

App ระบบจ่ายค่าส่วนกลางของหมู่บ้าน ใช้เวลาพัฒนาประมาณ 1 เดือน ทำงานบน LINE Front-end Framework (LIFF) สำหรับใช้งานในหมู่บ้านจัดสรร โดยเป็น App ที่พัฒนาบนพื้นฐานให้ใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้งาน และ พยายามใช้ Tools ฟรีให้มากที่สุด

ที่มาและปัญหา

เนื่องจากหมู่บ้านที่ผมได้อาศัยอยู่ได้จัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน นิติบุคคล วัตถุประสงค์คือดำเนินการจัดการและดูแลทรัพยากรต่าง ๆ ในหมู่บ้าน อีกทั้งก็ได้มีการ จัดเก็บค่าส่วนกลาง เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับบำรุค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าไฟฟ้า, ค่า รปภ., ค่าทำความสะอาด, ค่าตัดหญ้า และอื่น ๆ

ปัญหา

  • การทำงานแบบเดิมที่ไม่เป็นระบบ เช่น การส่งสลิปแจ้งโอนค่าส่วนกลาง ในไลน์กลุ่มหมู่บ้าน
  • ลูกบ้านบางท่านอยากทราบว่าแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เช่น ค่าไฟฟ้า
  • ลูกบ้านบางท่านอยากทราบว่า เงินที่เป็นงบประมาณส่วนกลาง คงเหลืออยู่เท่าไหร่
  • อยากให้มีตารางสรุปรายงานค้างชำระค่าส่วนกลางของแต่ละหลัง

ผมในฐานะเป็น Developer และได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ก็คิดว่าเราน่าจะสามารถทำ App เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้

จึงเสนอตัวในกลุ่มหมู่บ้านว่า เดี๋ยวผมทำ App แจ้งค่าส่วนกลางของหมู่บ้านให้ไหมครับ

อีกทั้ง ลงท้ายด้วยว่า เดี๋ยวทำให้ฟรี ๆ ครับ 😅

นี่จึงเป็นโจทย์ที่ผมต้องหาวิธีที่คำนึงถึง 2 อย่างคือ

  • เน้นใช้ Services ที่ฟรี
  • ออกแบบให้ง่ายเข้าไว้ (เดี๋ยวจะไม่มีใครอยากใช้ 😅)
  • หากต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องน้อย ถึงขั้นน้อยมาก ๆ เพราะไม่อยากให้เสียงบประมาณแต่ละเดือนกับ App เยอะ

เพราะส่วนตัวมองว่าหากการจัดเก็บค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ไม่ค่อยเป็นระบบ และการออกรายงานค้างชำระช้า ก็จะไม่เห็นความสำคัญ และอาจจะทำให้บ้านบางหลังจ่ายบ้าง ไม่จ่ายบ้าง เพราะหากไม่มีระบบติดตามที่ดีพอ ก็ อาจจะส่งผลให้การจัดกับงบประมาณ ได้น้อยลง

Line LIFF คืออะไร

Solutions หรือวิธีการสำหรับการแก้ปัญหาที่เล่ามาด้านบนก็มีอยู่ไม่กี่อย่างคือ

  • Web App PWA เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ขาดตรงที่ถ้าอยากให้มีการแจ้งเตือน (Notifications) อาจจะต้องทำให้เชื่อมต่อกับ Line ด้วยก็น่าจะยุ่งยากพอสมควร
  • App เป็นตัวเลือกที่ตัดออกไปเลย เพราะจำเป็นต้องส่ง App ขึ้น Store และ ผู้ใช้ต้องติดตั้ง App ลงเครื่องอีก และอาจจะต้องใช้เวลาพัฒนานานเกินไป
  • Line LIFF เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเพราะว่า
    • ใช้งานง่ายไม่ต้องติดตั้ง App (ใช้งาน Line)
    • มีเมนูให้ใช้งาน (Rich Menu)
    • สามารถใช้ Line Account ผูกกับ App ที่พัฒนาขึ้นได้เลยทำให้การยืนยันตัวว่าอยู่บ้านหลังที่เท่าไหร่ง่ายดาย
    • ใน Line มีระบบการแจ้งเตือนให้ใช้

Line LIFF คือ LINE Front-end Framework (LIFF) Web View ที่อยู่ภายในแอปพลิเคชั่น LINE ที่ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อเพื่อทำงานร่วมกันระหว่าง ห้องแชต กับ เว็บ ให้สามารถทำงานพร้อม ๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การใช้งานของผู้ใช้ง่ายขึ้น ผู้ใช้งานมี UX ในการใช้ LINE Official Account (Line OA) ที่ดีขึ้น

Imgur

รูปภาพตัวอย่างของการใช้งาน LIFF

Imgur

รูปภาพตัวอย่างของ Line Rich Menu ที่สามารถนำประยุกต์ใช้กับ LIFF สำหรับงานต่าง ๆ เช่น ระบบ Shopping, ระบบนัด, ระบบเชื่อมต่อกับลูกค้า CRM (ที่มา VTAC E-Commerce – Rich Menu)

Village App (LIFF)

สำหรับ LIFF App ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้งานในหมู่บ้านประกอบไปด้วย 6 เมนู เมื่อเชื่อมต่อกับ App ครั้งแรกจำเป็นต้องผูก บัญชีผู้ใช้งาน กับ บ้านเลขที่ ก่อนโดยมีข้อมูลทั่วไปของ App ดังนี้

ข้อมูลทั่วไป

  • หมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กประมาณ 40 หลัง
  • ให้สามารถรับโหลดผู้ใช้งานพร้อมกัน ๆ 50 คนได้
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Online payment เพราะมีค่าธรรมเนียมและต้องติดต่อธนาคาร แต่ใช้วิธีแจ้งสลิปแทน
  • มีแอดมิน 1 คน (หรือมากกว่า 1 คนได้)
  • ใช้งาน App ผ่าน Line LIFF
  • เชื่อมด้วย Line Account กับ App ด้วยการเลือกแค่บ้านเลขที่
    • ไม่จำเป็นต้อง Login ด้วย Username, Password
    • เพื่อไม่ให้การใช้งานยากเกินไป เพราะระบบไม่ได้มีข้อมูลสำคัญอะไร
  • UI และเมนูต่าง ๆ ใช้งานง่ายแบบไม่จำเป็นต้องอ่านคู่มือ
  • บ้านแต่ละหลังรองรับการเริ่ม เดือนและปี จ่ายค่าส่วนกลางที่แตกต่างกันได้ (เพราะบ้านบางหลังยังไม่ถึงกำหนดจ่าย เนื่องจากมีการเก็บล่วงหน้า 2 ปี)
  • ภายใน App มีเมนู AppDrawer สำหรับใช้เป็นเมนูไปหน้าต่าง ๆ
FigureFigure

รูปภาพตัวอย่างของ LIFF App ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้งานในหมู่บ้าน

หน้าผู้ใช้งาน (ลูกบ้าน)

1. หน้าแสดงรายการค้างชำระค่าส่วนกลาง

  • มีหน้ารายการ Invoices ของทุกเดือน
    • แสดงข้อมูลบ้านตนเองได้แก่ เช่น
      • บ้านเลขที่, ขนาด, อัตรา, ค่าส่วนกลาง/เดือน
      • เปิด-ปิด สถานะแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดชำระ
      • เริ่มชำระตั้งแต่ (เดือนและปี ที่เริ่มชำระ เนื่องจากแต่ละหลังไม่เหมือนกัน)
  • แสดงสถานะ
    • รอชำระ
    • ชำระแล้ว
    • รออนุมติ
  • รองรับการดูประวัติชำระของแต่ละปีได้
  • แสดงข้อมูลของแต่ละ Invoice
    • สามารถ Download ใบเสร็จรับเงินได้
    • แจ้งโอนชำระเมื่อ
    • ชื่อผู้แจ้งชำระโอน
Figure
Figure

2. หน้าแจ้งชำระค่าส่วนกลาง

  • แสดงข้อมูลธนาคาร (สำหรับโอนค่าส่วนกลาง)
    • ชื่อธนาคาร
    • ชื่อบัญชี
    • เลขที่บัญชี
  • แบบฟอร์มอัปโหลดสลิป
    • ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Payment เพราะมีค่าธรรมเนียมและต้องติดต่อธนาคาร
    • แสดงเดือนที่ค้างชำระ (Default)
    • เลือกยอดที่ต้องการชำระ (สามารถชำระได้หลายเดือน)
      • ชำระ 1 เดือน (xxx บาท)
      • ชำระ 2 เดือน (xxx บาท)
      • ชำระ 3 เดือน (xxx บาท)
      • ชำระทั้งหมดทุกเดือน (xxx บาท)
    • แนบไฟล์ได้ไม่เกิน 2048KB
      • แนบได้หลายไฟล์
      • สามารถลบไฟล์ได้เอง
    • เมื่อกด แจ้งโอน ให้มีหน้าต่างเพื่อยืนยันอีกครั้ง (สำหรับ re-check)
  • มีหน้ารายการประวัติการแจ้งโอน
    • ของทุกเดือน
    • มีตัวเลือกสำหรับดูปีย้อนหลังได้

3. หน้ารายงาน

  • รายงานค้างชำระ
    • มีตัวเลือกปีเพื่อดูย้อนหลังได้ทุกปี
    • แสดงเป็น PDF เพื่อให้สามารถปริ้น หรือ Save เป็นไฟล์ไปแสดงในไลน์กลุ่มได้
    • แสดงข้อมูลบ้านของแต่ละหลัง
    • อัตราค้างชำระ
    • รวมยอดค้างทุกเดือนของแต่ละหลัง
    • รวมยอดค้างทั้งหมด
  • รายงานรายรับ/จ่าย
    • แสดงจำนวนเงินคงเหลือทั้งหมด
    • แสดงจำนวนเงิน รายรับ
    • แสดงจำนวนเงิน รายจ่าย
    • รายละเอียดรายการ (รายรับ/รายจ่าย)
      • ยอดเงิน
      • ประเภท
      • ข้อความอธิบาย
      • วันเวลาที่ทำรายการ
    • มีตัวเลือกสำหรับดูปีย้อนหลังได้

Imgur

4. หน้าข่าวประกาศ

(รออัปเดตเนื้อหา)

5. หน้าแจ้งปัญหา

(รออัปเดตเนื้อหา)

6. หน้าการตั้งค่า

  • Login และสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อกับ App ได้ (หากต้องการเปลี่ยนบ้านเลขที่)
  • แสดงข้อมูลบ้านตนเองหลังจากการ Login ได้แก่ เช่น
    • บ้านเลขที่, ขนาด, อัตรา, ค่าส่วนกลาง/เดือน
    • เริ่มชำระตั้งแต่
  • กำหนดชื่อจริง (สำหรับใช้ออกใบเสร็จรับเงิน)
  • ปุ่มสำหรับยกเลิกการเชื่อมต่อกับ App
  • ภายใน App มีเมนู AppDrawer สำหรับใช้เป็นเมนูไปหน้าต่าง ๆ

หน้าผู้จัดการ (แอดมิน)

  • สำหรับแอดมินจะมีเมนูเพิ่มเติมจากผู้ใช้งานทั่วไป
  • ผู้งานในโหมดลูกบ้าน และโหมดแอดมินได้พร้อม ๆ กัน

1. หน้ายืนยันการโอนชำระเงิน

  • เมนูรายการรออนุมัติ
    • นับจำนวน
    • แสดงรายการแบบ Minimal
    • แสดงยอดที่แจ้งชำระ (บาท)
    • สถานะ รออนุมัติ
    • สามารกดดูรายละเอียด (หน้าต่าง Modal)
    • แสดงแบบฟอร์ม
      • ปุ่มอนุมัติ
      • ปุ่มไม่อนุมัติ
      • เพิ่มหมายเหตุ (ถ้ามี)
      • ปุ่มยืนยัน (อีกครั้ง)
  • เมนูรายการตรวจสอบแล้ว
    • แสดงรายการแบบ Minimal
    • แสดงยอดที่แจ้งชำระ (บาท)
    • สถานะ อนุมัติ/ไม่อนุมัติ
    • สามารกดดูรายละเอียด (หน้าต่าง Modal)
    • แสดงแบบฟอร์ม
      • ปุ่มอนุมัติ (แก้ไขไม่ได้)
      • ปุ่มไม่อนุมัติ (แก้ไขไม่ได้)
      • เพิ่มหมายเหตุ (ถ้ามี)
      • ปุ่มยืนยัน (อีกครั้ง)
  • มีตัวเลือกสำหรับดูปีย้อนหลังได้

2. หน้าจัดการบัญชี (รายรับ/รายจ่าย)

  • แสดงข้อมูลเหมือนหน้า รายงานรายรับ/จ่าย
  • มีปุ่มสำหรับสร้างรายการ
    • ประเภทค่าใช้จ่าย
    • ประจำเดือน
    • ค่าใช้จ่าย
      • ค่า รปภ.
      • ค่าไฟฟ้า
      • ค่าทำความสะอาด
      • ค่าตัดหญ้า
      • ค่าอื่น ๆ
    • จำนวนเงิน (บาท)
    • หมายเหตุ (ถ้ามี)
  • แก้ไข้หรือลบรายการได้
  • ไม่สามารถแก้ไขหรือลบประเภทค่าส่วนกลางได้ เนื่องจากเป็นประเภทที่ถูกเพิ่มอัตโนมัติจากระบบ

3. หน้าเพิ่มสิทธิ์ผู้จัดการ (แอดมิน)

  • รองรับการแต่งตั้งแอดมินได้หลายคน
Figure

Tech stacks

Imgur

ในส่วน Tech stacks คือส่วนที่พูดถึงรายละเอียดของ Tools และ เทคโนโลยีที่ใช้กับ Project นี้ทั้งหมดโดยแบ่งเป็น

Frontend stacks

  • TypeScript v4.7.4 ภาษาที่ใช้พัฒนาในส่วนของ Frontend App
  • React v18.2.0 ใช้ TypeScript และ React Library ในการพัฒนาในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้งาน
  • Redux Toolkit v.1.8.4 ใช้ Redux Toolkit ใช้เก็บ Global state
  • Ant-Design v4.21.5 และ Ant-Design Icons v4.7.0 ในส่วนของ UI Components ทั้งหมด
  • LIFF v2.21.0 สำหรับส่วนที่เชื่อม Web view กับห้องแชตของ Line
  • Line Rich Menu สำหรับเมนูในการใช้งานใน Line OA โดยประยุกต์ใช้ร่วมกับ LIFF
  • Line Flex Messages สำหรับใช้กับ Line API Messaging เพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ ในรูปแบบ Card

เทคนิคที่ใช้เพิ่มเติม

Backend stacks

  • PHP v8.1.8 ภาษาที่ใช้พัฒนาในส่วนของ Backend App ทีแรกว่าจะไม่เลือกใช้ PHP เพราะอยากใช้ Stacks ที่เป็น TypeScript ทั้งหมดแต่เพราะว่ามีปัญหาเรื่อง Cost ในตอน Deploy ระบบ เนื่องจากงานนี้ใช้ VM ของ Google Cloud (ตัวฟรี) มีสเปคเครื่องที่จำกัดมาก และหากไม่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ไม่มากพอ อาจจะต้องย้ายไปเช่า Shared Hosting ต่อปีแทน (เพราะค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการสเกล VM)
  • Laravel v9.3.3 สำหรับ Backend framework ร่วมกับ PHP ในการพัฒนา API แต่ได้ดัดแปลง Framework ค่อนข้างเยอะเนื่องจากได้ตัดในส่วน Web, Views, Services Providers และ Middlewares ที่ไม่จำเป็นออกทำให้ Framework นั้นมีความเร็วขึ้นมาก เพราะนำมาใช้พัฒนาแต่ในส่วนของ API เท่านั้น
  • APCu ใช้ Driver APCu เพิ่มสำหรับการ Cache ค่าต่าง ๆ ภายใน Framework ส่งผลให้มีความเร็วขึ้นมากขึ้นมากอีก
  • OPcache และ Just-In-Time (JIT) เปิดใช้งาน OPcache และกำหนดค่า Buffer size ของ JIT (tracing) สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของ PHP หลัง Compiled แล้วที่ใกล้ชิดในชั้นของ run-time ทำให้ส่งผลให้การทำงานเร็วขึ้นมากขึ้นมาก
  • PostgreSQL v14.5 คือ Database สำหรับจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด เพราะช่วงหลัง ๆ เลิกใช้ MariaDB กับงานใหม่ ๆ แล้ว เนื่องจากชอบ Features ของ PG มากกว่าและดูเหมือนว่าการใช้ RAM ของ PG จะน้อยกว่า MariaDB อาจจะเป็นเพราะมีการคืน RAM ที่ดีกว่า
  • Imgur API สำหรับเก็บรูปภาพต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้อัปโหลดจาก App แทนการจัดเก็บข้อมูลใน Local storage เพราะเนื่องจาก VM ของ Google Cloud (ตัวฟรี) ที่ใช้งานอยู่ให้ Storage เพียงแค่ 30GB (ยังไม่หักในส่วนพื้นที่ของ OS และของ Database) ทำให้อาจจะไม่เพียงพอสำหรับใช้งานในอนาคต ทำให้เปลี่ยนมาใช้ Imgur API แทนซึ่งก็เพียงพอสำหรับงานนี้
    • สามารถอัปโหลดรูปภาพได้ไม่เกิน 1,250 รูปภาพ/วัน
    • หรือ 12,500 requests/วัน
  • NGINX สำหรับทำ Web Server และติดตั้ง SSL ของ Cloudflare

เทคนิคที่ใช้เพิ่มเติม

  • ระบบ Queues
    • ระบบ Queues สำหรับสร้าง Invoices (ปีละครั้ง)
    • ระบบ Queues สำหรับส่งข้อความแจ้งเตือน (Notifications) เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้งานหากยังไม่ได้ชำระค่าส่วนกลางเมื่อใกล้ครบกำหนดชำระ
  • สำหรับการ Tuning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ PostgreSQL นั้นไม่ยุ่งยากเหมือนของ MariaDB หรือของ MySQL เลย เพราะสามารถสร้าง Configs จากเว็ปไซต์นี้ https://pgtune.leopard.in.ua/ แล้วสามารถนำค่าที่ได้มาใช้ได้เลย
tip

ที่จริงเรื่อง ระบบ Queues สามารถนำไปเขียนเป็นบทความนึงได้เลย เนื่องจากเป็นระบบที่มีประโยชน์พอสมควร เพราะว่าแทนที่เราจะรันโปรแกรมกับบาง Process ที่ต้องรันนาน ๆ กว่าจะเสร็จ และกินทรัพยากรเครื่อง ก็เปลี่ยนเป็นการแยกย่อยงานเป็น Queue จากนั้นก็ส่งไปทำงานทีละรายการแทน เช่น ตัวอย่างปัญหา

หากมีผู้ใช้ในระบบ 1,000 คน และต้องการส่งข้อความที่แตกต่างกันไปที่ Line

  • แบบปกติเราก็จะวน (Loop) ข้อมูล 1,000 รายการแล้วส่งข้อความทั้งหมดทีเดียว
  • แบบที่ใช้ Queue หลักการคือจะแยกงานจาก 1,000 รายการเป็น 1 คิว และทำงานทีละคิว (เป็น Background processing)

Deployment stack

ในส่วนนี้จะอธิบายการ Deploy ระบบทั้งในส่วนของ Frontend และ Backend App โดยมีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ดังนี้

  • Cloudflare DNS พอดีว่าไม่ได้ซื้อ Domain name สำหรับโปคเจคนี้ก็เลยใช้ 2my.xyz (ของส่วนตัว 😅) สำหรับออก Sub-domain name เพื่อใช้กับ Frontend และ Backend
  • Cloudflare SSL / TLS
    • เปิดใช้งานโหมด Full (strict) บน SSL / TLS แบบ ความปลอดภัยสูงสุด แต่การเปิดใช้งานโหมดนี้จำเป็นต้องติดตั้ง Cloudflare Origin CA certificate บน Webserver (NGINX) ด้วย
    • เปิดใช้งาน Cloudflare DNS Proxied ทำให้ได้รับการป้องกันการโจมตีแบบ DDoS และ ได้รับคุณสมบัติ CDN Cached ที่จะช่วยลด Traffic bandwidth จากพวก Web Assets
  • GitHub สำหรับเก็บ Code ทั้งของ Frontend และ Backend
  • Google Cloud Always Free Tier Compute Engine (e2-micro) Google มี Cloud แบบใช้ฟรีตลอดชีพด้วยนะ แต่ให้สเปคค่อนข้างน้อยมากทำให้เป็นงานที่ยากที่จะออกแบบ App และ Tuning ระบบให้ใช้งานและรองรับผู้ใช้งานไหว
    • Compute Engine สเปค e2-micro 0.25 vCPU และ RAM 1 GB
    • 30GB (standard persistent disk)
    • ภายในติดตั้ง Ubuntu Server จากนั้นติดตั้ง Services ต่าง ๆ ดังนี้
      • PostgreSQL
      • NGINX
      • PHP-FPM
  • Docker เป็นตัวช่วยในการ Deploy ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น NGINX, PostgreSQL และ PHP-FPM
  • Cloudflare Pages สำหรับ Frontend Deploy แบบอัตโนมัติ
    • เชื่อมต่อกับ Cloudflare DNS สำหรับออก Domain name
    • เชื่อมต่อกับ Github หาก Code มีการอัพเดตก็จะ Deploy แบบอัตโนมัติทันที
info

สำหรับใครอยากอ่านวิธีการ Deploy ด้วย Cloudflare Pages สามารถอ่านได้จากบทความนี้ มารู้จักกับ Cloudflare Pages ของฟรีและดีสำหรับสาย JAMstack platform

การใช้ทรัพยากรใน Compute Engine e2-micro

ตามที่พูดเอาไว้ข้างต้นว่าโปรเจคนี้เน้นใช้ของฟรี และพยายามไม่ใช้เกิดใช้จ่ายใด ๆ ดังนั้นจึงเลือกใช้ Google Cloud Always Free ที่เป็นแบบใช้ฟรีตลอดชีพ แต่ให้สเปคค่อนข้างน้อยมากคือ

  • Compute Engine สเปค e2-micro 0.25 vCPU และ RAM 1 GB
  • 30GB (standard persistent disk)

ทำให้จึงต้องพยามจูนและการ Coding เพื่อให้กินทรัพยากรเครื่องน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปใด้

Imgur

จากรูปภาพข้างบนจะเห็นว่าทั้งระบบใช้ RAM ทั้งหมดประมาณ 300MB (รวมทั้ง OS แล้ว) โดยถ้าสังเกตดู PostgrsSQL นั้นใช้แรมน้อยมากแค่ 30MB เอง 😅 (ผู้ใช้งานพร้อมกันประมาณ 20 คน)

รวมค่าใช้จ่าย

Tools/Servicesราคา (บาท)
Frontend stack0.00
Backend stack0.00
Google Cloud Compute Engine สเปค e2-micro 0.25 vCPU 1 GB RAM0.00
Cloudflare SSL0.00
Cloudflare Pages0.00
LIFF, Line Rich Menu, Flex Messages0.00
Imgur API0.00
Total0.00

สรุป

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ 😊 สาระที่สำคัญของบทความนี้คือต้องการเล่า Tech stacks ที่พูดถึงรายละเอียดของ Tools และ เทคโนโลยีทั้งหมดที่ใช้กับ Project นี้โดยแบ่งออกเป็น Backend stacks และ Frontend stacks และวิธีการทำอย่างไรให้โปรเจคนี้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด หรือฟรี

โปรเจคนี้จะพยายามพึ่งพา Services ฟรีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Imgur API สำหรับเก็บรูปภาพฟรี ๆ หรือ Google Cloud Always Free ที่เป็นแบบใช้ฟรีตลอดชีพ และ Cloudflare Services ต่าง ๆ ที่ช่วยในการ Deploy เป็นของฟรีและดีมาก ๆ

สำหรับโปรเจคนี้ใช้เวลาพัฒนา 1 เดือน ผมทำเป็นงานเพิ่มเติมหลังงานประจำ และสาเหตุที่ผมอยากทำโปรเจคนี้เพราะผมอยากทดลองใช้เทคนิคต่าง ๆ ในเงื่อนไขต่าง ๆ กับงานจริงที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ อีกทั้งถ้าทำเสร็จผมเองที่อาศัยในหมู่บ้านนี้ก็จะได้ใช้ด้วย 😊

โปรเจคนี้เริ่มใช้งานจริงแล้วในเดือนสิงหาคมนี้ และทุกคนในหมู่บ้านแฮปปี้และพอใจพอสมควรเพราะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น และฟรี 😅

Loading...